ตำนาน นาค พญานาค แห่งลุ่มแม่น้ำโขง

นาค พญานาค คืออะไร

นาค พญานาค ตามคติของหลายศาสนา เช่น ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ศาสนาพุทธ มีความเชื่อว่า “นาค” เป็นงูใหญ่มีหงอน อาศัยอยู่ในเมืองบาดาล และสามารถแปลงกายเป็นมนุษย์ได้ นาคผู้เป็นใหญ่หรือเป็นหัวหน้าจะถูกเรียกว่า “พญานาค” หรือ “นาคราช” นาคเพศหญิงจะเรียกกันว่า “นาคี” ส่วนคำว่า “นาคา”

ตามคตินิยมของวัฒนธรรมร่วมไทย-ลาว ก็มีความเชื่อเช่นเดียวกัน ว่า นาค หรือ พญานาค เป็นสัญลักษณ์ของน้ำ ความอุดมสมบูรณ์ และพลังอำนาจ ในทางประติมานวิทยามักแสดงในสามรูปแบบคือ มนุษย์มีงูที่ศีรษะ งู หรือครึ่งงูครึ่งมนุษย์ ถือเป็นสัตว์ในเทพนิยายที่มีบทบาทสำคัญในเรื่องปรัมปราในภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถือเป็นสัญลักษณ์ของน้ำ สัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ บางแห่งถือเป็นเทพเจ้า เรื่องราวของ “นาค” หรือ “พญานาค” มักจะมีความลึกลับ ความศักดิ์สิทธิ์ หรือเรื่องของอิทธิปาฏิหารย์มาเกี่ยวข้องอยู่เสมอ

นอกจากนี้ สำนักงานราชบัณฑิตยสภา ก็ยังได้ให้คำนิยามความหมายของ นาค คือ งูใหญ่มีหงอน เป็นสัตว์ในนิยาย อีกความหมายหนึ่งคือ ผู้ประเสริฐ ผู้ไม่ทําบาป รวมไปถึงใช้เรียกคนที่ไปอยู่วัดเตรียมตัวจะบวชหรือกำลังจะบวช

นาค
ไหว้พญานาค 5 จังหวัดภาคอีสาน เส้นทางแห่งความเชื่อความศรัทธา แห่งลุ่มแม่น้ำโขง

ตำนานพญานาคแห่งลุ่มแม่น้ำโขง

ลุ่มแม่น้ำโขง เปี่ยมไปด้วยวัฒนธรรมอันล้ำค่า สะท้อนผ่านพิธีกรรม วรรณกรรม ประติมากรรม จิตรกรรม ตลอดจนสถาปัตยกรรม ที่ล้วนมี พญานาค เป็นองค์ประกอบสำคัญ เผยให้เห็นวิถีชีวิต ของผู้คนในภูมิภาคนี้ที่ผูกพันกับงูหรือนาคมาช้านาน โดยเฉพาะวัฒนธรรมของชาวอีสานและชาวลาว ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากอาณาจักรล้านช้าง ในอดีต

บรรพบุรุษเก่าแก่ของผู้คนลุ่มน้ำโขง

เมื่อมองข้ามพรมแดน วัฒนธรรมของชาวอีสานและชาวลาวเผยให้เห็นร่องรอยการสืบทอดจากอาณาจักรล้านช้างในอดีต จากการศึกษาของ บังอร ปิยะพันธุ์ ในเรื่อง “ประวัติศาสตร์ของชุมชนลาวในหัวเมืองชั้นในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น” บ่งชี้ว่า บรรพบุรุษของชาวอีสานในปัจจุบันมีต้นกำเนิดมาจากชาวล้านช้างที่อพยพเข้ามาในดินแดนไทยตั้งแต่สมัยอยุธยาในฐานะเชลยศึก การตั้งถิ่นฐานและผสมผสานวัฒนธรรมนี้เองที่หล่อหลอมให้วัฒนธรรมอีสานและลาวมีความใกล้เคียงกัน ช่วยให้เข้าใจถึงรากเหง้าของวัฒนธรรมอีสาน สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองกลุ่มชาติพันธุ์ แม้จะถูกแบ่งแยกโดยเขตแดนทางการเมือง แต่สายใยทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ยังคงสืบทอดมายาวนานจนถึงปัจจุบัน

ต้นกำเนิดชาวล้านช้าง

ตามตำนานอุรังคธาตุที่บอกเล่าที่มาของการก่อร่างสร้างเมืองและที่มาของพระธาตุพนมในอดีต เล่าขานถึงนาคว่าเป็นชื่อเรียกของกลุ่มชนพื้นเมืองเดิมที่มีถิ่นฐานอยู่บริเวณทะเลสาบหนองแส หรือทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ ที่ตั้งอยู่ในมณฑลยูนนาน ก่อนที่จะอพยพลงมาตามแนวแม่น้ำโขง ชาวลาวจึงนับถือนาคในฐานะบรรพบุรุษ เพราะเชื่อกันว่าตนสืบเชื้อสายมาจากนาค

สอดคล้องกับหลักฐานทางโบราณคดีที่มีการขุดค้นพบกลองมโหระทึกตั้งแต่แถบใต้แม่น้ำแยงซีเกียงลงมา รวมไปถึงในมณฑลยูนนานด้วยเช่นกัน กลองมโหระทึกคือวัฒนธรรมที่แพร่หลายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งบ่งชี้ว่ามีการอพยพแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกันในภูมิภาคนี้ในอดีต

ในขณะเดียวกันงานวิจัยใหม่ๆ ก็เสนอมุมมองว่ามโหระทึกอาจไม่ใช่กลอง แต่เป็นเครื่องมือในพิธีกรรม สะท้อนความเชื่อและวัฒนธรรมอันล้ำค่าของชาวล้านช้าง

นาค
ฝันเห็นพญานาค จะมีโชคลาภจริงหรือ? ทำนายฝัน และเลขเด็ดนำโชค

ความเชื่อ นาค พญานาค ในประเทศไทย

พญานาค สัญลักษณ์อันศักดิ์สิทธิ์ในวิถีชีวิตไทย

นาค หรือ พญานาค สัตว์ในตำนานที่มีบทบาทสำคัญในวัฒนธรรมไทย โดยเฉพาะในแถบลุ่มแม่น้ำโขง ปรากฏในประเพณี งานศิลปกรรม วรรณกรรม จิตรกรรม ประติมากรรม และสถาปัตยกรรม สะท้อนความเชื่อและวิถีชีวิตของผู้คน ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ “บันไดนาค” ที่พบเห็นตามวัดวาอารามต่างๆ ซึ่งคัมภีร์ทางพุทธศาสนาจะกล่าวถึงพญานาคว่ามักเข้ามาฟังธรรมของพระพุทธองค์อยู่เสมอ ดังนั้น พญานาคจึงเป็นตัวแทนของผู้ใฝ่รู้ ผู้พร้อมจะขจัดความเป็นอวิชชา ดั้งนั้น บันไดนาค จึงเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ ของการขจัดความอวิชชา และนำพาผู้คนไปสู่พระธรรมคำสอน

ตำนาน “การบวชนาค”

ในสมัยพุทธกาล มีเรื่องเล่าขานถึงนาค ที่แปลงกายเป็นมนุษย์เพื่อไปบวช แต่เมื่อหลับ ร่างกายก็กลับคืนสู่สภาพเดิม สร้างความตกใจให้กับพระภิกษุทั้งหลาย พระพุทธเจ้าจึงทรงให้ลาสิกขา เพราะนาคเป็นเดรัจฉาน (สัตว์ที่อยู่ ๑ ในอบายภูมิ ๔) ยังไม่สามารถบรรลุธรรมได้ นาครู้สึกเสียใจ จึงร้องขอต่อพระพุทธเจ้า ว่าแม้จะไม่สามารถบวชได้ แต่ขอให้ผู้ที่เตรียมตัวจะบวชในอนาคตมีชื่อเรียกว่า “นาค” ด้วยเหตุนี้ จึงมีพิธีกรรมต่างๆ เกี่ยวกับการบวชเกิดขึ้น เช่น พิธีทำขวัญนาค แห่นาค และบวชนาค ต่อมา ได้มีการเพิ่มประเพณีขานนาค เข้ามาในพิธีบวช พระคู่สวดจะถามผู้ที่จะบวชพระเป็นภาษาบาลีว่า “มนุสฺโสสิ” แปลว่า “เป็นคนหรือเปล่า” เป็นการยืนยันสถานะความเป็นมนุษย์ ประเพณีการบวชนาค จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไทย สืบทอดมายาวนานจนถึงปัจจุบัน

เทวดาแห่งน้ำ ผู้บันดาลฝนและสายรุ้ง

ความเชื่อเกี่ยวกับนาคนั้นยังมีอีกมากมาย ซึ่งแสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ หนึ่งในนั้นคือความเชื่อเรื่องนาคเป็นเทวดาแห่งน้ำ ผู้คนเชื่อกันว่า นาคมีฤทธิ์บันดาลให้ฝนตกหรือไม่ตกก็ได้ สามารถแปลงกายเป็นเมฆฝนได้ จึงมีคำทำนายเรื่องนาคให้น้ำ ในแต่ละปี เพื่อเป็นแนวทางในการเตรียมตัวสำหรับฤดูกาลเพาะปลูก นอกจากนี้ ยังมีความเชื่อโบราณที่กล่าวว่านาค กับสายรุ้ง และความอุดมสมบูรณ์ ทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวเกี่ยวกับนาค พญานาค ที่สืบทอดมายาวนาน สะท้อนให้เห็นถึงความศรัทธา และความเชื่อของคนไทย

ผลไม้ไหว้พญานาค
อาหาร และ ผลไม้ไหว้พญานาค 10 ชนิด พร้อมคาถาบูชาพญานาค

ลักษณะของพญานาค ตามความเชื่อ

ลักษณะของพญานาคในแต่ละภูมิภาคนั้นจะแตกต่างกันไปตามความเชื่อ แต่โดยส่วนใหญ่คือตัวจะมีลักษณะเป็นงูใหญ่ มีหงอนสีทอง มีตาสีแดง มีเกล็ดเหมือนปลา ลำตัวมีหลายสีขึ้นอยู่กับตระกูลหรือบารมีของนาค

จำนวนเศียร

  • นาคธรรมดา: 1 เศียร
  • นาคตระกูลสูง: 3, 5, 7, 9 เศียร

ตระกูลของนาค

  • วิรูปักษ์: ผิวกายสีทอง
  • เอราปักถะ: ผิวกายสีเขียว
  • ฉัพยาปุตตะ: ผิวกายสีรุ้ง
  • กัณหาโคตรมะ: ผิวกายสีดำ

นอกเหนือจากสี่ตระกูลดังกล่าวแล้ว ในคัมภีร์พุทธศาสนายังได้แบ่งนาคโดยละเอียดออกไปอีกถึง 1,024 ชนิด ซึ่งส่วนใหญ่ ได้แก่ งูต่างๆ เช่น งูเห่า งูจงองอาง งูเหลือม และงูอื่นๆ ต่างถือเป็นลูกหลานของพญานาคทั้งสิ้น

นอกจากนี้ ยังมีการจัดพญานาคที่มีพิษรุนแรงมากอีก 4 ประเภท ได้แก่

  • กฏฐมุข เป็นพญานาคที่มีพิษทำให้ธาตุดินในร่างกายกำเริบ ผู้ใดถูกกัดจะร่างกายแข็งทื่อ ไหลเวียนโลหิตหยุดชะงัก ข้อต่องอไม่ได้ และเจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัส
  • ปูติมุข เป็นพญานาคที่มีพิษทำให้ธาตุน้ำในร่างกายกำเริบ เมื่อถูกกัด บริเวณแผลจะบวมพอง เน่าเปื่อย มีน้ำเลือดและน้ำเหลืองไหลเยิ้มออกมาอย่างน่ากลัว
  • อัคคิมุข เป็นพญานาคที่มีพิษทำให้ธาตุไฟในร่างกายกำเริบ จะมีอาการปวดแสบปวดร้อน รอยแผลจะคล้ายถูกไฟไหม้ และลามไปทั่วร่างกายอย่างรวดเร็ว
  • สัตถมุข เป็นพญานาคที่มีพิษทำให้ธาตุลมในร่างกายกำเริบ ผู้ถูกพญานาคชนิดนี้กัด จะเกิดอาการปั่นป่วนภายใน รู้สึกเหมือนถูกอาวุธฟาด ทั่วร่างจะฉีกขาด บาดแผลเหมือนถูกฟ้าผ่า สร้างความเจ็บปวดทรมานอย่างสุดขีด

การเกิดของพญานาค จะเกิดได้ 4 แบบ ได้แก่

  • โอปปาติกะ คือ เกิดแล้วโตทันที โดยนาคชั้นสูงจะเกิดแบบโอปปาติกะ หมายความว่า เกิดขึ้นเองโดยไม่ต้องอาศัยพ่อแม่ เปรียบเสมือนเทวดา มีหน้าที่ปกครองเหล่าพญานาค เป็นชนชั้นปกครอง
  • สังเสทชะ คือ เกิดจากเหงื่อไคล สิ่งหมักหมม
  • ชลาพุชะ คือ เกิดจากครรภ์
  • อัณฑชะ คือ เกิดจากไข่

ที่อยู่อาศัยของนาคจะมีตั้งแต่ในแม่น้ำ ลำคลอง หนองบึงต่างๆ และแม้กระทั่งในอากาศ ไปจนถึงสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา พวกนาคจะอยู่ใต้การปกครองของท้าววิรูปักษ์ หนึ่งในจตุโลกบาลทั้งสี่ ผู้ปกครองสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกาด้านตะวันตก เป็นผู้ปกครองเหล่าพญานาคทั้งหมด

แม้ว่าพญานาคจะมีคุณสมบัติพิเศษสามารถเนรมิตกายเป็นอะไรก็ได้ แต่มี 5 สภาวะต่อไปนี้ สภาวะที่พญานาคจะกลับกลายเป็นร่างเดิมเท่านั้น ได้แก่

  • ขณะปฏิสนธิ (เกิด) : นาคจะเกิดในร่างงู
  • ขณะลอกคราบ : นาคจะอ่อนแอและไม่สามารถเนรมิตกายได้
  • ขณะเสพสังวาสระหว่างนาคด้วยกัน : นาคจะอยู่ในร่างงูเพื่อสืบพันธุ์
  • ขณะหลับโดยปราศจากสติ : นาคจะสูญเสียการควบคุมพลังและกลับกลายเป็นร่างเดิม
  • เมื่อตาย : นาคจะสิ้นสุดอายุขัยและกลับกลายเป็นร่างเดิม

อย่างไรก็ตาม นาคสามารถผสมพันธุ์กับสัตว์อื่นได้ โดยแปลงกายเป็นมนุษย์หรือสัตว์ชนิดนั้น เมื่อตั้งท้องแล้ว นาคส่วนใหญ่จะออกลูกเป็นไข่

อ้างอิง


บทความที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *