พญามุจลินทร์นาคราช ผู้พิทักษ์แห่งพระพุทธเจ้า

พญามุจลินท์นาคราช

พญามุจลินท์นาคราช ผู้พิทักษ์แห่งพระพุทธเจ้า พญานาคราชที่คนไทยเรารู้จักกันเป็นอย่างดี และคุ้นตากันในพระประจำวันเสาร์ “พระพุทธรูปปางนาคปรก”

พญามุจลินทร์นาคราช เป็นพญานาคผู้ยิ่งใหญ่ ปรากฏในพุทธประวัติว่าเป็นผู้แผ่พังพานปกป้องพระพุทธเจ้าจากฝนตกหนักและพายุอันรุนแรงเป็นเวลา 7 วัน 7 คืน ในช่วงสัปดาห์ที่ 6 หลังจากพระองค์ตรัสรู้

พญามุจลินท์นาคราช

พญามุจลินท์นาคราช ผู้พิทักษ์แห่งพระพุทธเจ้า

พญามุจลินท์นาคราช ผู้พิทักษ์แห่งพระพุทธเจ้า

ประวัติของพญามุจลินทร์ นั้น อาจจะมีไม่มากและไม่ยาวเหมือนพี่ชายท่าน (พญาอนันต์ฯ) หรือองค์อื่นๆ แต่บทบาทท่าน ได้รับการยกย่องสรรเสริญว่าเป็น มหานาคเทวะแห่งพระพุทธศาสนา เลยทีเดียว และในความเชื่อของชาวไทย ยังมีตำนานกล่าวว่า ท่านมักจะปรากฏยังแม่น้ำทางภาคเหนือของไทยอีกด้วยเช่นกัน

มุจลินท์ (อ่านว่า มุด-จะ-ลิน) มาจากคำภาษาบาลี มุจลินฺท (อ่านว่า มุ-จะ-ลิน-ทะ) โบราณแปลว่า ต้นจิก. ต้นมุจลินท์เป็นต้นไม้ที่มีชื่ออยู่ในพุทธประวัติ เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้พระธรรมวิเศษแล้วประทับเสวยวิมุตติสุขอยู่ภายใต้ร่มพระศรีมหาโพธิ (อ่านว่า พฺระ -สี-มะ -หา-โพด)  วัน แล้วเสด็จไปประทับภายใต้ร่มไทรซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออก 7 วัน จากนั้นเสด็จไปประทับภายใต้ร่มไม้มุจลินท์ ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ระหว่างนั้นมีฝนตกพรำและมีลมหนาวพัดมาไม่ขาดสายตลอดทั้ง 7 วัน

ตามคติความเชื่อ พญามุจลินทร์นาคราช อาศัยอยู่ในสระมุจลินท์ ใกล้ต้นจิก ต้นไม้ที่พระพุทธเจ้าทรงประทับเสวยวิมุตติสุขหลังตรัสรู้  เมื่อฝนเทกระหน่ำลงมา 

พญานาคตนหนึ่งมีอานุภาพมาก พำนักอยู่ที่สระโบกขรณี ใกล้ต้นมุจลินท์พฤกษ์นั้น ขึ้นมาจากนาคพิภพ มีความเลื่อมใสในพระศิริวิลาศ พร้อมด้วยพระรัศมีโอภาสอันงามล่วงล้ำเทพยดาทั้งหลาย จึงเข้าไปใกล้แล้วขดเข้าซึ่งขนดกาย แวดวงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ 7 รอบ และแผ่พังพานปกพระพุทธองค์เพื่อป้องกันฝนและลมหนาวมิให้ถูกพระวรกาย จนฝนหยุดจึงคลายขนดออก 

ครั้งล่วง 7 วัน ฝนหายขาดแล้ว พญานาคตนนั้นคลายขด จำแลงกายเป็นชายหนุ่มมายืนถวายอัญชลีเฉพาะพระพักตร์ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเปล่งอุทานวาจาว่า

“ความสงัดเป็นสุข สำหรับบุคคลผู้มีธรรมอันเห็นแล้ว ยินดีอยู่ในที่สงัด รู้เห็นตามความเป็นจริง ความไม่เบียดเบียน คือความสำรวมในสัตว์ทั้งหลาย และความปราศจากความกำหนัด คือความล่วงกามทั้งหลายเสียได้ด้วยประการทั้งปวง เป็นสุขในโลก ความนำอัสมิมานะ คือความถือตัวออกให้หมดไปเป็นสุขอย่างยิ่ง”

และซึ่งครั้งนึง ท่านได้มานิมิตให้กับบัณฑิตท่านนึง และเอ่ยวาจาทิ้งไว้ว่า “เราเกิดมาเพื่อสร้างมหากุศล”

พญานาคตนนั้นจึงได้ชื่อว่า พญามุจลินทนาคราช (อ่านว่า พะ-ยา-มุด-จะ-ลิน-ทะ-นาก-คะ-ราด) และเหตุการณ์ที่พญานาคแผ่พังพานบังฝนและลมให้พระพุทธองค์เป็นที่มาของพระพุทธรูปปางนาคปรก

พญานาคราช
ตำนานเรื่องเล่า พญานาคราช ผู้ปกครองพิภพบาดาล กษัตริย์แห่งนาคา 9 พระองค์

พญามุจลินท์นาคราช กับ พระพุทธรูปปางนาคปรก

พระพุทธรูปปางนาคปรก พระประจำคนเกิดวันเสาร์ ที่หลายคนรู้จักกันดีก็มาจากเหตุการณ์ที่ “พญานาคมุจลินท์” ขดตัวล้อมรอบพระสมณโคดม (พระพุทธเจ้า) เป็นชั้นๆ เจ็ดรอบ และแผ่พังพานขนาดใหญ่ปกป้องไม่ให้ร่างกายของพระพุทธเจ้าถูกลมฝนกระหน่ำตลอด 7 วันที่มีพายุเข้า

ตลอดจนคอยกันไม่ให้แมลงและสัตว์เลื้อยคลาน รบกวนการบำเพ็ญเพียรของพระสมณโคดม และเมื่อพายุฝนผ่านไป การบำเพ็ญภาวนาสิ้นสุด พญานาคมุจลินท์ได้แปลงกายเป็นชายหนุ่มรูปงาม เพื่อถวายนมัสการแด่พระพุทธเจ้า

จากเรื่องราวที่เต็มไปด้วยความมุมานะนี้ ทำให้พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย พากันเห็นถึงความเลื่อมใสและศรัทธาอันแรงกล้าของพญานาคที่มีต่อศาสนา จึงเกิดเป็นแรงบันดาลใจสำคัญ หล่อพระพุทธรูปปางนาคปรกขึ้นมาอย่างแพร่หลายนั่นเอง

ลักษณะ

พระพุทธเจ้าประทับนั่งขัดสมาธิ บนพญาบัลลังก์

พญามุจลินทร์นาคราช แผ่พังพาน 7 เศียร ปกป้องพระพุทธเจ้า

บางปาง พญามุจลินทร์นาคราช จะขดตัวเป็นวง รองรับพระพุทธเจ้า

ปางนาคปรก 5 เศียร: พญามุจลินทร์นาคราช แผ่พังพาน 5 เศียร

ปางนาคปรก 7 เศียร: พญามุจลินทร์นาคราช แผ่พังพาน 7 เศียร

ปางนาคปรก 9 เศียร: พญามุจลินทร์นาคราช แผ่พังพาน 9 เศียร

พระพุทธรูปปางนาคปรก

พระพุทธรูปปางนาคปรก พระประจำคนเกิดวันเสาร์

พระพุทธรูปนาคปรกปางสมาธิ

ศิลปะอยุธยา พุทธศตวรรษที่ ๑๙ – ๒๓

สำริด ขนาด สูง ๙๕ เซนติเมตร หน้าตักกว้าง ๕๖ เซนติเมตร

สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ประทานให้กรมศิลปากร เมื่อ พ.ศ.๒๔๗๐

พระพุทธรูปปางนาคปรก

พระพุทธรูปนาคปรกทรงเครื่องปางสมาธิประทับนั่งขัดสมาธิราบ ที่มา : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ

พระพุทธรูปนาคปรกทรงเครื่องปางสมาธิ ประทับนั่งขัดสมาธิราบ พระพักตร์รูปสี่เหลี่ยม พระขนงต่อกันเป็นวงโค้ง พระเนตรเปิด เหลือบมองต่ำ พระโอษฐ์ค่อนข้างหนา พระนาสิกสั้น พระกรรณยาวสวมกุณฑลหรือตุ้มหู ทรงสวมมงกุฎทรงกรวยหรือชฎามกุฎ สวมกรองศอ พาหุรัด กำไลข้อพระกร หงายพระหัตถ์ทั้งสองวางบนพระเพลา ขอบสบงเว้าต่ำ ประทับนั่งบนขนดนาคสามชั้น มีเศียรนาคเจ็ดเศียร แผ่พังพานอยู่ด้านบน

พระพุทธรูปนาคปรกปางมารวิชัย

ศิลปะทวารวดี พุทธศตวรรษที่ ๑๕ – ๑๖ (ประมาณ ๑,๐๐๐ – ๑,๑๐๐ ปีมาแล้ว)

สัมฤทธิ์ หน้าตักกว้าง ๗.๙ เซนติเมตร สูง ๑๘.๑ เซนติเมตร

นายควร ซ่วยชัย และคณะขุดได้ที่เนินดินกลางทุ่งนา บ้านเชียงหวาง ตำบลเชียงหวาง อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๒๐ นายอำเภอเพ็ญเดินทางไปสอบสวนและยึดมาเก็บไว้ที่อำเภอ ต่อมาวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๒๐ นาง วัลภา ขวัญยืน เดินทางไปรับจากศึกษาธิการจังหวัดอุดรธานี

พระพุทธรูปปางนาคปรก

พระพุทธรูปนาคปรกแสดงปางมารวิชัย ที่มา : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ

พระพุทธรูปนาคปรกแสดงปางมารวิชัย (ภูมิสปรรศมุทรา) โดยวางพระหัตถ์ขวาบริเวณพระชงฆ์ในลักษณะสัมผัสแผ่นดิน พระหัตถ์ซ้ายวางหงายอยู่บนพระเพลา แตกต่างจากพระพุทธรูปนาคปรกที่ปกติแสดงปางสมาธิ ประทับขัดสมาธิราบบนฐานประดับสิงห์คู่ (สิงหสนะ) อันเป็นแบบแผนความนิยมของอินเดีย พระเศียรค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบสัดส่วนกับพระวรกาย พระพักตร์รูปสี่เหลี่ยม พระนลาฏกว้าง พระขนงเป็นสันโค้งรูปปีกกา ใบพระกรรณยาว พระเนตรเหลือบต่ำ พระนาสิกใหญ่ พระโอษฐ์หนา แนวพระโอษฐ์โค้งขึ้น แสดงอาการยิ้มที่มุมโอษฐ์ ขมวดพระเกศาใหญ่ พระอุษณีษะรูปกรวย ทรงจีวรห่มเฉียงเรียบไม่มีริ้วบางแนบพระวรกาย บริเวณบั้นพระองค์ปรากฏขอบสบงเป็นแนวเส้นชัดเจนปรกด้วยพังพานนาค ๗ เศียร เศียรนาคทำแยกจากกันไม่ติดต่อเนื่องเป็นวงโค้งแบบศิลปะทวารวดีทั่วไปแสดงลักษณะแบบพื้นเมือง

พญานาคราช
ประวัติความเป็นมา พญาอนันตนาคราช ราชาแห่งนาค

อ้างอิง
สำนักงานราชบัณฑิตยสภา
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *